หน่วย 1

คอมฯ

ความหมาย

คอมพิวเตอร์ มาจากภาษาละตินว่า Computare  ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า “เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เหมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ที่ง่าย   และซับซ้อน  โดยวิธีทางคณิตศาสตร์” 

ประวัติ.png

จากอดีตสู่ปัจจุบัน

พัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีในช่วง 100 ปีที่ผ่านมาได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีทางด้าน คอมพิวเตอร์ เมื่อ 50 ปีที่แล้วมา มีคอมพิวเตอร์ขึ้นใช้งาน ต่อมาเกิดระบบสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่เกิดขึ้นมากมาย และมีแนวโน้มการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราสามารถแบ่งพัฒนาการคอมพิวเตอร์จากอดีตสู่ปัจจุบัน สามารถแบ่งเป็นยุคก่อนการใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิคส์ และยุคที่เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิคส์

เครื่องคำนวณในยุคประวัติศาสตร์ลูกคิด

เครื่องคำนวณเครื่องแรกของโลก ได้แก่ ลูกคิด มีการใช้ลูกคิดในหมู่ชาวจีนมากกว่า 7.000 ปี และใช้ในอียิปต์โบราณมากกว่า 2.500 ปี ลูกคิดของ  ชาวจีนประกอบด้วยลูกปัดร้อยอยู่ในราวเป็นแถวตามแนวตั้ง โดยแต่ละแถวแบ่งเป็นครึ่งบนและล่าง ครึ่งบนมีลูกปัด 2 ลูก ครึ่งล่างมีลูกปัด 5 ลูก แต่ละแถวแทนหลักของตัวเลข

คอมพิวเตอร์ในยุคเริ่มแรก ได้แก่ เครื่องจักรกลหรือสิ่งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยในการ คำนวณ โดยที่ยังไม่มีการ นำวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมด้วย ลำดับเครื่องมือขึ้นมามีดังนี้

เนเปียร์พ.ศ. 2158 นักคณิตศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ ชื่อ John Napier ได้ ประดิษฐ์อุปกรณ์ใช้ ช่วยการคำนวณขึ้นมา เรียกว่า Napier’s Bones เป็น อุปกรณ์ที่ลักษณะคล้ายกับตารางสูตรคูณในปัจจุบัน เครื่องมือชนิดนี้ช่วยให้ สามารถ ทำการคูณและหาร ได้ง่ายเหมือนกับทำการบวก หรือลบโดยตรง

 

เบลส ปาสคาลเครื่องคำนวนเครื่องคำนวณกลไกที่รู้จักกันดี ได้แก่ เครื่องคำนวณของปาสคาล เป็นเครื่องที่บวกลบด้วยกลไกเฟืองที่ขบต่อกัน เบลส ปาสคาล (Blaise Pascal)  นักคณิตศาสาตร์ชาวฝรั่งเศส ได้ประดิษฐ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2185 ซึ่งในขณะนั้นมีอายุ 19 ปี   ได้ออกแบบ เครื่องมือในการคำนวณโดย ใช้หลักการหมุนของ ฟันเฟืองหนึ่งอันถูกหมุนครบ 1 รอบ ฟันเฟืองอีกอันหนึ่งซึ่งอยู่ ทางด้านซ้ายจะถูกหมุนไปด้วยในเศษ 1 ส่วน 10 รอบ เครื่องมือของ ปาสคาลนี้ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะชน เมื่อ พ.ศ. 2188 แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากราคาแพง และเมื่อใช้งานจริงจะเกิดเหตุการณ์ที่ฟันเฟืองติดขัดบ่อย ๆ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ค่อยถูกต้องตรงความเป็นจริง เครื่องมือของปาสคาล สามารถใช้ได้ดีในการคำนวณการบวกและลบ ส่วนการคูณและหารยังไม่ดีเท่าที่ควร

hollerith

ดังนั้นในปี พ.ศ. 2216 นักปราชญ์ชาวเยอรมันชื่อ Gottfriend von Leibnitz ได้ปรับปรุงเครื่องคำนวณ ของ ปาสคาลให้สามารถในการคูณและหารได้โดยตรง โดยที่การคูณใช้หลักการบวกกันหลาย ๆ ครั้ง และการหาร ก็คือการลบกันหลา ยๆ ครั้ง แต่เครื่องมือของ Leibnitz ยังคงอาศัยการหมุนวงล้อ ของเครื่องเองอัตโนมัติ นับว่า เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ดูยุ่งยากกลับเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

โจเซฟ

พ.ศ. 2344 นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศสชื่อ Joseph Marie Jacquard ได้พยายามพัฒนาเครื่องทอผ้าโดยใช้ บัตรเจาะรูในการบันทึกคำสั่ง ควบคุมเครื่องทอผ้าให้ทำตามแบบที่กำหนดไว้ และแบบดังกล่าวสามารถนำมา สร้างซ้ำๆ ได้อีกหลายครั้ง ความพยายามของ Jacquard สำเร็จลงใน พ.ศ. 2348 เครื่องทอผ้านี้ถือว่าเป็น เครื่องทำงานตามโปรแกรมคำสั่งเป็นเครื่องแรก

 

ชาญ  พ.ศ. 2373 Chales Babbage ถือกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2334 จบการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ และได้รับตำแหน่ง Lucasian Professor ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ Isaac Newton เคยได้รับมาก่อน ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่นั้น Babbage ได้สร้างเครื่อง หาผลต่าง (Difference Engine) ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้คำนวณ และพิมพ์ตารางทางคณิตศาสตร์อย่างอัตโนมัติ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2373 เขาได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษเพื่อสร้างเครื่อง Difference Engine ขึ้นมาจริงๆ แต่ในขณะที่ Babbage ทำการสร้างเครื่อง Difference Engine อยู่นั้น ได้พัฒนาความคิดไปถึง เครื่องมือในการคำนวณที่มีความสามารถสูงกว่านี้ ซึ่งก็คือเครื่องที่เรียกว่าเครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) และได้ยกเลิกโครงการสร้างเครื่อง Difference Engine ลงแล้วเริ่มต้นงานใหม่ คือ งานสร้างเครื่องวิเคราะห์ ในความคิดของเขา โดยที่เครื่องดังกล่าวประกอบไปด้วยชิ้นส่วนที่สำคัญ 4 ส่วน คือ

1. ส่วนเก็บข้อมูล เป็นส่วนที่ใช้ในการเก็บข้อมูลนำเข้าและผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ

2. ส่วนประมวลผล เป็นส่วนที่ใช้ในการประมวลผลทางคณิตศาสตร์

3. ส่วนควบคุม เป็นส่วนที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างส่วนเก็บข้อมูล และส่วนประมวลผล

4. ส่วนรับข้อมูลเข้าและแสดงผลลัพธ์ เป็นส่วนที่ใช้รับทราบข้อมูลจากภายนอกเครื่องเข้าสู่ส่วนเก็บ และแสดง ผลลัพธ์ที่ได้จาก การคำนวณให้ผู้ใช้ได้รับทราบ

เป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่อง Alaytical Engine มีลักษณะใกล้เคียงกับส่วนประกอบ ของระบบคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบัน แต่น่าเสียดายที่เครื่อง Alalytical Engine ของ Babbage นั้นไม่สามารถ สร้างให้สำเร็จขึ้นมาได้ ทั้งนี้เนื่องจากเทคโนโลยี สมัยนั้นไม่สามารถสร้างส่วนประกอบต่างๆ ดังกล่าว และอีกประการหนึ่งก็คือ สมัยนั้นไม่มีความจำเป็น ต้องใช้เครื่องที่มีความสามารถสูงขนาดนั้น ดังนั้นรัฐบาล อังกฤษจึงหยุดให้ความสนับสนุนโครงการของ Babbage ในปี พ.ศ. 2385 ทำให้ไม่มีทุนที่จะทำการวิจัยต่อไป สืบเนื่องจากมาจากแนวความคิดของ Analytical Engine เช่นนี้ จึงทำให้ Charles Babbage ได้รับการยกย่อง ให้เป็น บิดาของเครื่องคอมพิวเตอร์

Ada พ.ศ. 2385 ชาวอังกฤษ ชื่อ Lady Auqusta Ada Byron ได้ทำการแปลเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่อง  Anatical Engine จากภาษาฝรั่งเศลเป็นภาษาอังกฤษ ในระหว่างการแปลทำให้ Lady Ada เข้าใจ  ถึงหลักการทำงาน ของเครื่อง Analytical Engine และได้เขียนรายละเอียดขั้นตอนของคำสั่งให้ เครื่องนี้ทำการคำนวณที่ยุ่งยาก ซับซ้อนไว้ในหนังสือทางคณิตศาสตร์เล่มหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็น  โปรแกรม  คอมพิวเตอร์โปรแกรมแรกของโลก และจากจุดนี้จึงถือว่า Lady Ada เป็น  โปรแกรมเมอร์คน  แรกของโลก (มีภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมที่เก่แก่ อยู่หนึ่งภาษาคือ ภาษา Ada   มาจาก ชื่อของ Lady Ada) นอกจากนี้ Lady Ada ยังค้นพบอีกว่าชุดบัตรเจาะรู ที่บรรจุคำสั่งไว้  สามารถนำกลับมาทำงานซ้ำได้ถ้าต้องการ นั่นคือหลักของการทำงานวนซ้ำ หรือเรียกว่า Loop เครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณที่ถูกพัฒนาขึ้นในศตวรรษที่ 19 นั้น ทำงานกับเลขฐานสิบ (Decimal Number) แต่เมื่อเริ่มต้นของศตวรรษที่ 20 ระบบคอมพิวเตอร์ได้ถูกพัฒนาขึ้นจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ เลขฐานสอง (Binary Number) กับระบบคอมพิวเตอร์ ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากหลักของพีชคณิต

bullพ.ศ. 2397 นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ George Boole ได้ใช้หลักพีชคณิตเผยแพร่กฎของ Boolean Algebra ซึ่งเป็นคณิตศาสตร์ที่ใช้อธิบายเหตุผลของตรรกวิทยาที่ตัวแปรมีค่าได้เพียง “จริง” หรือ “เท็จ” เท่านั้น (ใช้สภาวะเพียงสองอย่างคือ 0 กับ 1 ร่วมกับเครื่องหมายในเชิงตรรกพื้นฐาน คือ AND, OR และ NOT)  สิ่งที่ George Boole คิดค้นขึ้น นับว่ามีประโยชน์ต่อระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็น การยากที่จะใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งมีเพียง 2 สภาวะ คือ เปิด กับ ปิด ในการแทน เลขฐานสิบซึ่งมีอยู่ถึง 10 ตัว คือ 0 ถึง 9 แต่เป็นการง่ายกว่าเราแทนด้วยเลขฐานสอง คือ 0 กับ 1 จึงถือว่าสิ่งนี้เป็นรากฐานที่สำคัญของการออกแบบวงจรระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน

hollerithพ.ศ. 2423 Dr. Herman Hollerith นักสถิติชาวอเมริกันได้ประดิษฐ์เครื่องประมวลผลทางสถิติซึ่ง ใช้กับ บัตรเจาะรู เครื่องนี้ได้รับการพัฒนา ให้ดียิ่งขึ้นและมาใช้งานสำรวจสำมะโนประชากร ของสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2433 และช่วยให้การสรุปผลสำมะโนประชากรเสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 2 ปีครึ่ง (โดยก่อนหน้านั้นต้องใช้เวลาถึง 7 ปีครึ่ง) เรียกบัตรเจาะรูนี้ว่า บัตรฮอลเลอริธ และชื่ออื่นๆ ที่ใช้เรียกบัตรนี้ ก็คือ บัตร ไอบีเอ็ม หรือบัตร 80 คอลัมน์ เพราะผู้ผลิตคือ บริษัท IBM

ยุค

ยุคที่ 1 หลอดสุญญากาศ

สูญญากาศ

อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2488 ถึงพ.ศ.2501เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีหลอดสุญญากาศ    ซึ่งใช้กำลังไฟฟ้าสูงจึงมักมีปัญหาเรื่องความร้อนและไส้หลอดขาดบ่อยถึงแม้จะมีระบบระบายความร้อนที่ดีมากการสั่งงานใช้ภาษาเครื่องซึ่งเป็นรหัสตัวเลขที่ยุ่งยากซับซ้อนเครื่องคอมพิวเตอร์ของยุคนี้มีขนาดใหญ่โต เช่น มาร์ค วัน (MARK I), อีนิแอค (ENIAC), ยูนิแวค (UNIVAC)
eniac

univac

 

ยุคที่ 2 ทรานซิสเตอร์  

transistor

ทรานซิสเตอร์

อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2502 ถึง พ.ศ. 2506 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์ โดยมีแกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่วยความจำมีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสำรองในรูปของสื่อบันทึกแม่เหล็ก เช่น จานแม่เหล็กส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีการพัฒนาดีขึ้นโดยสามารถเขียนโปรแกรมด้วยภาษาระดับสูงซึ่งเป็นภาษาที่เขียนเป็นประโยค ที่คนสามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น ภาษาระดับสูงนี้ได้มีการพัฒนาและใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน

ยุคที่ 3 วงจรรวม

IC

อยู่ระหว่างปี พ.ศ. 2507 ถึง พ.ศ. 2512 เป็นคอมพิวเตอร์ที่ใช้วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) โดยวงจรรวมแต่ละตัวจะมีทรานซิสเตอร์บรรจุอยู่ภายในมากมายทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ จะออกแบบซับซ้อนมากขึ้นและสามารถสร้างเป็นโปรแกรมย่อย ๆ ในการกำหนดชุดคำสั่งต่างๆทางด้านซอฟต์แวร์ก็มีระบบควบคุมที่มีความสามารถสูงทั้งในรูป ระบบแบ่งเวลาการทำงานให้กับงานหลาย ๆ อย่าง

ยุคที่ 4 วงจรขนาดใหญ่ VLSI

Cpu

อยู่ในระหว่าง พ.ศ 2514-2523  คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้เทคโนโลยีของ วงจรรวมขนาดใหญ่
LSI (Large-Scale Integrated Ciruit) เป็นการรวมวงจรไอซีจำนวนมากลงในแผ่นซิลิกอนชิป1 แผ่น สามารถบรรจุได้มากกว่า 1 ล้านวงจร ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้ทำให้เกิดแนวคิดในการบรรจุวงจรที่สำคัญสำหรับการทำงานพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ นั่นคือ CPU ลงชิปตัวเดียว เรียกว่า “ไมโครโปรเชสเซอร์

ยุคที่ 5 ปัญญาประดิษฐ์

หุ่นยนต์

  ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 มาจนถึงปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้เทคโนโลยี วงจร VLSI (Very Large-Scale  Integrated Ciruit) เป็นการพัฒนาไมโครโปรเซสเซอร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้าเป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนำมาเพื่อช่วยในการตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งขึ้น โดยจะมีการเก็บความรอบรู้ต่าง ๆ เข้าไว้ในเครื่องสามารถเรียกค้นและดึงความรู้ที่ 3 แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และไมโครโปรเฟสเซอร์ สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผล จากวิชาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และมีขีดความสามารถสูงขึ้น ทำงานได้เร็ว การแสดงผล การจัดการข้อมูล สามารถประมวลได้ครั้งละมาก ๆ จึงทำให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานหลายงานพร้อมกัน (multitasking) ขณะเดียวกันก็มีการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในองค์การโดยใช้เครือข่าย ท้องถิ่นที่เรียกว่า Local Area Network : LAN เมื่อเชื่อมหลายๆกลุ่มขององค์การเข้าด้วยกันเกิดเป็น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์การ เรียกว่า อินทราเน็ต และหากนำเครือข่ายขององค์การเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายสากล ที่ต่อเชื่อมกันทั่วโลก เรียกว่า อินเทอร์เน็ต (internet)

ประวัติการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในประเทศไทย 

ประเทศไทยได้นำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในปี พ.ศ.2506 โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยสนับสนุนจากมูลนิธิเอไอดีและบริษัทไอบีเอ็ม เพื่อใช้ในการศึกษา   ต่อมาปี พ.ศ.2507สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้นำเอาเข้ามาเครื่องคอมพิวเตอร์ IBM 1401มาใช้ในการคำนวณสำมะโนประชากร นับเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคแรกที่มีใช้ในประเทศ ปัจจุบันได้มีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้งานทุกด้านอย่างแพร่หลาย  

ขอบคุณสื่อวีดิโอ โดยทีม I DREAM ทีมนักศึกษาและอ.ธนาพันธ์ วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี

 หลักการ

หลักการทำงานของคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์จะทำงานได้นั้น ต้องประกอบด้วยส่วนการทำงาน 5 ส่วน คือส่วนรับข้อมูลและคำสั่ง ส่วนประมวลผล ส่วนที่ใช้แสดงผลลัพธ์จากการประมวลผล ส่วนความจำหลัก และส่วนความจำสำรอง

การทำงาน

หน่วยรับข้อมูล (INPUT UNIT) 

เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่รับข้อมูลหรือคำสั่งเข้าสู่คอมพิวเตอร์เพื่อให้คอมพิวเตอร์ดำเนินการประมวลผล โดยอาศัยอุปกรณ์รับข้อมูลหลากหลายรูปแบบเช่น แป้นพิมพ์ (Keyboard), เมาส์ (Mouse), บอลกลิ้ง    (Track Ball), ก้านควบคุม (Joy Stick) เป็นต้น   ข้อมูลที่นำเข้าคอมพิวเตอร์ เป็นได้ทั้งตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ รูปทรง สี อุณหภูมิ เสียง ตลอดจนสิ่งอื่น ๆ ที่สามารถส่งเข้าคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผล

หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit; CPU) 

หน่วยประมวลผลกลาง เปรียบได้กับสมองของคอมพิวเตอร์ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประมวลผลและควบคุมระบบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ ให้ทุกหน่วยทำงานสอดคล้องสัมพันธ์กัน

Cpu    ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor), ชิป (Chip), โพรเซสเซอร์ (Processor)ส่วนประกอบภายในเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนจำนวนมาก มีทรานซิสเตอร์ประกอบกันเป็นวงจรหลายล้านตัว แต่ละชิ้นมีความกว้าง 0.35 ไมครอน ขณะที่เส้นผมคนเรามีเส้นผ่าศูนย์กลาง 100 ไมครอน ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่สะอาดมากการสื่อสารระหว่างหน่วยต่างๆ ใน CPU จะใช้สายสัญญาณที่เรียกว่า Bus Line หรือ Data Bus

หน่วยประมวลผลกลาง ประกอบด้วยหน่วยย่อย ๆ ดังนี้

  1. หน่วยควบคุม (Control Unit)
  2. หน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit; ALU)
  3. หน่วยความจำหลัก (Main Memory Unit)

ประมวลผลกลาง

หน่วยควบคุม (Control Unit)

หน่วยควบคุมทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของหน่วยทุก ๆ หน่วย ใน CPU และอุปกรณ์อื่นที่ต่อพ่วง เปรียบเสมือนสมองที่ควบคุมการทำงานส่วนประกอบต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ เช่น แปลคำสั่งที่ป้อน ควบคุม ให้หน่วยรับข้อมูล รับข้อมูลเข้ามาเพื่อทำการประมวลผล ตัดสินใจว่าจะให้เก็บข้อมูลไว้ที่ไหน ถูกต้องหรือไม่ ควบคุมให้ ALU ทำการคำนวณข้อมูลที่รับเข้ามา ตลอดจนควบคุมการแสดงผลลัพธ์ เป็นต้น

*รับชุดคำสั่งจาก RAM แล้วทำการอ่านและแปลชุดคำสั่ง

*ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ภายในระบบ โดยเฉพาะส่วนประกอบของ Processor

*ควบคุมการไหลของโปรแกรมและข้อมูลเข้าสู่ RAM และออกจาก RAM และควบคุมการไหล  ของสารสนเทศ (Processed data) เข้าสู่ RAM ตาม Address ที่ว่างก่อนนำไปแสดงผล

หน่วยคำนวณและตรรกะ (ALU; Arithmetic and Logic Unit)

หน่วยคำนวณและตรรกะ ทำหน้าที่คำนวณทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic operations) และการคำนวณทางตรรกศาสตร์ (Logical operations) โดยปฏิบัติการเกี่ยวกับการคำนวณได้แก่ การบวก (Addition) ลบ (Subtraction) คูณ (Multiplication) หาร (Division) สำหรับการคำนวณทางตรรกศาสตร์ ประกอบด้วย การเปรียบเทียบค่าจริง หรือเท็จ โดยอาศัยตัวปฏิบัติการพื้นฐาน 3 ค่า คือ

-เงื่อนไขเท่ากับ (=, Equal to condition)

-เงื่อนไขน้อยกว่า (<, Less than condition)

-เงื่อนไขมากกว่า (>, Greater than condition)

หน่วยความจำหลัก (Main Memory Unit)

หน่วยความจำหลัก ซึ่งมีชื่อเรียกหลายชื่อ ได้แก่ Main Memory Unit, Primary Storage Unit,Internal Storage Unit เป็นหน่วยที่ใช้เก็บข้อมูล และคำสั่งเพื่อใช้ในการประมวลผล และเก็บข้อมูลตลอดจนคำสั่งชั่วคราวเท่านั้น ข้อมูลและคำสั่งจะถูกส่งมาจากหน่วยควบคุม สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

หน่วยความจำสำหรับเก็บคำสั่ง (Program Memory)

หน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลและคำสั่ง (Data & Programming Memory)

หน่วยความจำสำหรับเก็บคำสั่ง (Program Memory)

        ใช้เก็บคำสั่งที่มักใช้บ่อยๆ เช่น คำสั่งเริ่มต้นการทำงานของคอมพิวเตอร์ โดยคำสั่งนี้จะอยู่ภายในคอมพิวเตอร์ตลอดไป แม้ว่าจะทำการปิดเครื่องไปแล้ว มักจะเป็นข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก โดยเฉพาะข้อมูลที่ใช้ในการเริ่มระบบ (Start Up) ข้อมูลควบคุมการรับส่งคำสั่งและข้อมูล ตลอดจนการแสดงผล บางรุ่นอาจจะมีตัวแปลภาษา BASIC มักมีขนาดเล็กเพียง 48 กิโลไบต์ ปัจจุบันหน่วยความจำนี้ สร้างจากเทคโนโลยี สารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) สามารถแยกประเภทย่อยได้เป็น

ROM (Read Only Memory) ป็นหน่วยความจำที่บริษัทผู้ผลิตได้บรรจุคำสั่งเอาไว้แล้วอย่างถาวร ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ โดยปกติหน่วยความจำนี้ติดตั้งมาจากบริษัทผู้ผลิต โดยผู้ใช้ไม่มีโอกาสเลือก

PROM (Programmable ROM)เป็นหน่วยความจำรอม ประเภทที่ผู้ใช้สามารถเขียนคำสั่ง แล้วบันทึกเอาไว้อย่างถาวร โดยอาศัยเครื่องมือเฉพาะ แต่คำสั่งที่บันทึกนั้นไม่สามารถแก้ไขได้อีก โดยป้อนพัลส์แรงดันสูง (HIGH VOLTAGE PULSED) ทำให้ METAL STRIPS หรือ POLYCRYSTALINE SILICONที่อยู่ในตัว IC ขาดออกจากกัน ทำให้เกิดเป็นลอจิก “1” หรือ “0” ตามตำแหน่ง ที่กำหนดในหน่วยความจำนั้น ๆ เมื่อ PROM ถูกโปรแกรมแล้ว ข้อมูลภายใน จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก หน่วยความจำชนิดนี้ จะใช้ในงานที่ใช้ความเร็วสูง ซึ่งความเร็วสูงกว่า หน่วยความจำที่โปรแกรมได้ชนิดอื่นๆ

EPROM (Erasable PROM) เป็นหน่วยความจำรอม

ประเภทที่สามารถเขียนคำสั่ง บันทึกและแก้ไขด้วยเครื่องมือเฉพาะได้หลาย ๆ ครั้งข้อมูลจะถูกโปรแกรม โดยผู้ใช้โดยการให้สัญญาณที่มีแรงดันสูง(HIGH VOLTAGE SIGNAL)ผ่านเข้าไปในตัว EPROM ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ใช้ใน PROM แต่ข้อมูลที่อยู่ในEPROM เปลี่ยนแปลงได้ โดยการลบข้อมูลเดิมที่อยู่ใน EPROM ออกก่อน แล้วค่อยโปรแกรมเข้าไปใหม่ การลบข้อมูลนี้ทำได้ด้วยการฉายแสง อุลตร้าไวโอเลตเข้าไปในตัว IC โดยผ่าน ทางกระจกใส ที่อยู่บนตัว IC เมื่อฉายแสง ครู่หนึ่ง (ประมาณ 5-10 นาที) ข้อมูลที่อยู่ภายใน ก็จะถูกลบทิ้ง ซึ่งช่วงเวลาที่ฉายแสงนี้ สามารถดูได้จากข้อมูล ที่กำหนด (DATA SHEET) มากับตัว EPROM และ มีความเหมาะสม ที่จะใช้ เมื่องานของระบบ มีโอกาสที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อมูลใหม่

หน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลและคำสั่ง (Data & Programming Memory)

หรือที่เรียกว่า แรม (RAM; Random Access Memory) เป็นหน่วยความจำที่สามารถเก็บข้อมูล และคำสั่งจากหน่วยรับข้อมูล แต่ข้อมูลและคำสั่งเหล่านั้นสามารถหายไปได้ เมื่อมีการรับข้อมูลหรือคำสั่งใหม่ หรือปิดเครื่อง หรือกระแสไฟฟ้าขัดข้อง หน่วยความจำแรม เป็นหน่วยความจำที่สำคัญที่สุดของคอมพิวเตอร์ จำเป็นจะต้องเลือกซื้อให้มีขนาดใหญ่พอสมควร มิฉะนั้นจะทำงานไม่สะดวก แรมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

555

 

 

 

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์

 

ขอบคุณรูปภาพจาก  http://saismili.blogspot.com/

port

พอร์ต สำหรับต่อเชื่อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

port3

 

http://saismili.blogspot.com/

ยืดอายุ

ปัจจัยเสื่อมของคอมพิวเตอร์

เครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน มีระบบอัจฉริยะมากมายเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานออกไปให้นานขึ้น เช่น ระบบระบายความร้อน ระบบประหยัดพลังงาน แต่เชื่อหรือไม่ ปัจจัยความเสื่อมของคอมพิวเตอร์มีมากมายกว่านั้นหลายเท่า ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมของเจ้าของเครื่องอย่างเรา ๆ นั่นล่ะ แต่ถ้าผู้ใช้ควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้ นอกจากจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้คุ้มเงินแล้ว ยังช่วยให้เครื่องทำงานรวดเร็ว ไม่กระตุก หรือประมวลผลช้าอีกด้วย

วิธีรักษาคอมพิวเตอร์

วิธีรักษาคอมพิวเตอร์ให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ขอนำเสนอ 8 วิธีต่อไปนี้
ผีเสื้อ 1. การวางคอมพิวเตอร์ 
เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณต้องทำงานหนักเพื่อคุณตลอดวัน ตลอดคืน ดังนั้นตัวเครื่องอาจเกิดความร้อนสะสม จนเสื่อมสภาพเร็วได้ ทางที่ดีการแก้ปัญหานี้ควรเริ่มตั้งตอนซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่  ต้องจัดเตรียมตำแหน่งที่ตั้งให้อากาศถ่ายเทสะดวก อยู่ห่างผนัง 3 นิ้วขึ้นไป เป็นไปได้ควรวางในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศจะช่วยลดความร้อนได้มาก (แต่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศด้วยนะ)
ผีเสื้อ 2. อุปกรณ์เกี่ยวกับไฟฟ้า
ควรวางสายไฟให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่กีดขวางทางเดิน เพราะหากใครบังเอิญมาเตะสายไฟ จนเครื่องดับแบบกะทันหัน คอมพิวเตอร์จะเสื่อมสภาพก่อนเวลาแน่นอน สิ่งที่แนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าคือ ควรมีระบบสำรองไฟ และใช้ปลั๊กไฟที่มีคุณภาพ ไม่ชำรุดเสียหาย ป้องกันปัญหาไฟกระชาก หรือไฟไม่เสถียร
ผีเสื้อ3. การทำความสะอาด
คอมพิวเตอร์ที่มีฝุ่น จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบการทำงานได้ในอนาคต ดังนั้นควรหมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์เป็นประจำ เพื่อผลดีต่อตัวเครื่องและตัวคุณในเรื่องสุขภาพด้วยครับ โดยวิธีทำความสะอาดมีดังนี้
      จอมอนิเตอร์ และตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ปิดเครื่องให้เรียบร้อย ฉีดน้ำยาทำความสะอาดบนผ้าพอหมาด เช็ดให้ทั่วทั้งหน้าจอ ขอบจอมอนิเตอร์และตัวคอมพิวเตอร์ ระวังอย่าให้น้ำหยดลงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โดยตรง อาจจะไม่ต้องทำบ่อยมาก เพียงปีละ 2 ครั้ง ก็พอ
     แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ด ก่อนทำความสะอาด ถอดสายที่เสียบกับตัวเครื่องให้เรียบร้อย จากนั้นใช้แปรงทำความสะอาดแป้นพิมพ์ ลองยกแป้นพิมพ์คว่ำกลับหัวแล้วเขย่าเบา ๆ เผื่อมีเศษอะไรติดอยู่ภายใน ใช้เครื่องเป่าลมทำความสะอาดอีกครั้ง ปิดท้ายด้วยผ้าหรือสำลีชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดให้ทั่ว รอจนกว่าจะแห้งสนิทถึงใช้งานใหม่ได้
      เมาส์ ถอดสายเสียบเชื่อมต่อ ทำความสะอาดโดยใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดจนทั่ว สามารถทำได้บ่อย เนื่องจากเมาส์เป็นอุปกรณ์ที่สกปรกง่ายมาก
ผีเสื้อ4. ถอดอุปกรณ์เชื่อมเมื่อเลิกใช้งาน
ไม่ควรเสียบอุปกรณ์เชื่อมต่อ เช่น USB, Flash Drive, Handy Drive หรือใส่แผ่น CD, DVD ค้างไว้ในเครื่อง เพราะทั้งตัวเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ดังกล่าว อาจเกิดความเสียหายได้
ผีเสื้อ5. สำรองข้อมูล
การสำรองข้อมูลมีประโยชน์ 2 ประการ คือ เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ข้อมูลของคุณจะไม่สูญหาย และเมื่อเราสำรองไว้ในอุปกรณ์ใดก็ตาม เราก็สามารถลบข้อมูลในเครื่องได้ ทำให้เครื่องทำงานได้เร็วขึ้น ปัจจุบันมี External Harddisk อุปกรณ์บรรจุข้อมูลภายนอกที่ช่วยให้เราขนย้ายข้อมูลไปเก็บในนี้ได้
ผีเสื้อ6. ห่างไกลไวรัส
ตัวอันตรายไอทีที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ต้องระวัง มักจะติดมาจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือมาจากอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ ป้องกันด้วยการลงโปรแกรมต่อต้านไวรัสและคอยอัพเกรดเสมอ หลีกเลี่ยงการเข้าเว็บไซต์ที่มีความเสี่ยงจะติดไวรัส เพื่อความมั่นใจ หมั่นสแกนไวรัสสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เลยก็ได้ สุดท้ายก่อนใช้งานอุปกรณ์เชื่อมต่อ ควรสแกนไวรัสก่อนทุกครั้งด้วยครับ
ผีเสื้อ7. เอาใจใส่ฮาร์ดดิสก์
ควรตรวจสอบ ทำความสะอาดและจัดระเบียบฮาร์ดดิสก์เป็นระยะ ด้วยการ Scan Disk, Disk Cleanup หรือ Disk Defragmenter เพื่อความแน่ใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างยังทำงานได้ดี ไม่มีส่วนไหนขัดข้องและจะราบรื่นอย่างนี้ต่อไปในอนาคต
 ผีเสื้อ8. วินัยหน้าคอมพิวเตอร์
ข้อนี้จะเป็นเรื่องวินัยหน้าจอของตัวคุณเอง อย่างเช่น หลีกเลี่ยงการรับประทานขนม อาหาร เครื่องดื่ม เพราะบ่อยครั้งเศษมันฝรั่งทอดกรอบ ก็กลายเป็นซากฟอสซิลอยู่บนแป้นพิมพ์ ส่วนของเหลวก็เป็นอันรู้กันอยู่แล้วว่า ไม่ถูกกับเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อย่างแรง ห่างไกลกันไว้เป็นดี  สำหรับสุภาพบุรุษ การสูบบุหรี่นั้นไม่ดีอยู่ ยิ่งสูบหน้าคอมพิวเตอร์ ก็จะทำให้ควันไปเร่งความเสื่อมด้วยเหมือนกันนะ
8 วิธีนี้ ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทุกคนสามารถทำได้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ใช่แล้ว หลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จบนั่นล่ะ มาสละเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อต่อเวลาอีกยาวนานให้คอมพิวเตอร์ของเรากัน

                                           ขอขอบคุณ :กระปุกดอทคอม http://men.kapook.com/view53375.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: